วันอาทิตย์

ห่างหายจากการเขียน บทความเซรามิกให้เพื่อนๆ อ่านกันไปซะนานเลยนะครับ พอดีมีงานหลายอย่าง
ที่ต้องทำ เพื่อมาเลี้ยงชีพมากมายเลยครับ และช่วงปี 54 ผมได้มีลูกชายคนแรกเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวอีก ทำให้ภาระ เพิ่มมากขึ้นครับ ออกภาคสนามตลอดไม่มีเวลาอยู่หน้าคอมเลยครับ ต้องขอโทษเพื่อนๆ ที่ไม่ได้ตอบคอมเม้มนะครับ สำหรับธุรกิจเซรามิกของโรงงานเซรามิกพระคุณพ่อแม่นั้น ขณะนี้ทางคุณพ่อของผม ได้ขยายโรงงานไปยัง ตำบลบ้านเป้าทางไปน้ำตกแจ้ซ้อนครับห่างจากตัวเมือง ไปประมาณ 7 กิโลเมตรครับเนื่องจากที่เก่าเป็นบ้านของญาติผู้ใหญ่ครับ เอาเป็นว่ามาทักทายกันก่อนนะครับว่ากลับมาแล้ว สำหรับสินค้าเซรามิกพวก จานเซรามิก กระถางเซรามิก แก้วเซรามิก ถ้วยเซรามิก เพื่อนๆ คนไหนสนใจก็ แอดไลน์หรือโทรหาผมได้นะครับ ID 081-0306212

วันศุกร์

































ขอเชิญเที่ยวงานเซรามิกแฟร์ ครั้งที่ 22 ณ ตลาดเทศบาล 4 (ตรงข้ามบิ๊ก c ลำปางครับ) ดูรายละเอียดกันได้เลยครับ สำหรับใครที่อยากได้ของฝากในช่วงปีใหม่นี้ผมแนะนำ เซรามิก ที่มีจัดจำหน่ายในงานนะครับ ลดราคากันกระหน่ำเลยไม่ว่าจะเป็น จานเซรามิก ถ้วยเซรามิก แจกันเซรามิก กระถางเซรามิก จานกาไก่เซรามิก ถ้วยลายกาไก่เซรามิก แก้วเซรามิก แก้วกาแฟเซรามิก ถ้วยก๋วยเตี๋ยวเซรามิก จานเซรามิก ตุ๊กตาเซรามิก เบญจรงค์เซรามิก งานเซรามิกร่วมสมัยจากผู้ประกอบการเซรามิกในจังหวัดลำปางกว่า 300 โรงงาน รับรองงานนี้คุ้มค่าแน่นอนครับ

สวัสดีตอนบ่ายๆ ครับเพื่อนๆ วันนี้วันศุกร์แล้วครับ ศุกร์ที่ 13 ด้วยเป็นยังไงกันบ้างครับ ที่บ้านร้อนกันบ้างรึเปล่าแต่ที่ลำปาง โคตรร้อนเลยครับ วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ กิจการร้านอาหารผมเริ่มดีขึ้นแล้ว มีออเดอร์ เรื่อยๆครับ ผมเชื่ออย่างนึงนะครับ ว่าถ้าเราตั้งใจทำอะไรแล้ว เราสามารถที่จะทำได้หมดแหละครับ อยู่ที่ว่าใจพออะป่าว ไม่มีไรครับเอาวีดีโอมาฝากกัน ลองเปิดดูนะครับ เป็นขั้นตอนการผลิตเซรามิกนะ ใครที่ใช้ๆ กันอยู่รู้บ้างรึเปล่าว่ามันทำยังไง ก็ชมดูนะครับไปละครับพรุ่งนี้มาเจอกันใหม่

วันพฤหัสบดี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนวันนี้เป็นอีกวันที่ลำปาง ร้อนมั่กๆ เลยครับ ตอนนี้ผมก็ยังคงล้มลุกคลุกคลานกับ ธุรกิจของตัวเองอยู่ครับ ไม่เกี่ยวกับธุรกิจเวรามิกนะครับพ่อแม่ผมดูแลดีอนู่แล้วครับตอนนี้ ที่ว่าธุรกิจใหม่ก็คือผมเปิดร้านอาหารเล็กๆ กับแฟนอยู่ครับตอนนี้ เปิดมาได้ 4 เดือนแล้วมั้งครับก็เรื่อยๆ นะครับเพราะยังใหม่อยู่ ตอนนี้ก็เงียบเลย แต่เมื่อวานขายดีมาก เห้อ......มันก็เป็นสัจธรรมนะครับ มีขึ้นก็ต้องมีลงจริงมั้ยครับ อยากเป็นเจ้านายตัวเองดีันัก ผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ ถ้าใครผ่านมาแถวปงสนุกใต้ ก็แวะมาได้นะครับ ร้านอยู่แถวๆหอพักโมฮัน ครับ ถ้าใครเคยมากาดกองต้าก็ใกล้ๆกันนั่นแหละครับ อ่อ ผมเอาวีดีโอมาฝากครับเดี๋ยวพรุ่งนี้มาเจอกันใหม่ครับ

วันพุธ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มาเจอกันในช่วงเย็นนะครับ เมื่อวานมีใครได้ดู รายการคนค้นตนบ้างมั้ยครับ ผมดูแล้วเกิดความรู้สึกอะไรบางอย่างขึ้นครับ รู้สึกว่าชีวิตนี้ยังมีคนที่ไม้สนโลกอยู่เยอะแยะเลยล่ะครับ ผมอยากจะปรบมือให้จังเลยครับสำหรับรายการนี้ มีประโยชน์ต่อสังคมเรามากๆเลยครับ เรื่องราวเมื่อวานก็คือชีวิตของอาจารย์ ร่มไม้ ศิลปินอาร์ทติสอีกคนนึงของเมืองไทยที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงครับ ผมมีความคิดว่า อาจารย์ท่านมีความมั่นใจในตัวเองสูงมากครับ ใช้ชีวิตแบบสะมะถะ ผมอยากทำแบบท่านบ้างจัง แต่ไม่รู้ว่าผมจะออกนอกกรอบของสังคมได้รึเปล่า ผมว่าท่านมีชีวิตที่มีความสุขนะครับ เจ๋งดีว่ะผมว่า สำหรับใครที่ได้ดูคงได้ข้อคิดกันไปนะครับ ผมไม่ขอพูดละกัน ก็เรื่อยเปื่อยไปนะครับไม่มีอะไรมาก ตอนนี้ผมก็กลับมาเริ่มธุรกิจส่วนตัวอีกครั้ง หลังจากไปลองเป็นมนุษยืเงินเดือนมา ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ผมอยากทำอะไรก็ได้ให้ชีวิตเรามีคุณค่ามากที่สุด จะได้ไม่เสียแรงที่ได้เกิดมาเป็นคนครับ แล้วเพื่อนๆล่ะครับ ตอนนี้กะลังทำอะไรกันอยู่ กำลังทำตามความฝันตัวเองอยู่รึเปล่า ถ้าไม่ใช่รีบซะนะครับ ชีวิตคนเรามันสั้นนัก อยากทำอะไรก็รีบๆทำครับ ทำดีเยอะๆ นะครับจะได้เกิดมาเป็นคนกันอีก เ้อ๊กๆๆๆๆๆๆๆ

วันจันทร์

ขอบคุณภาพจากวัดเกาะดอทคอมครับ
สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกคนวันนี้เป็นวันดีอีกวันนะครับ วันลอยกระทงของไทยเราเอง เพื่อนๆมีโครงการจะไปลอยกระทงที่ไหนกันบ้างครับ ส่วนตัวผมคงจะไปลอยแถวๆ บ้านนี่แหละ วันนี้เป็นวันที่ผมตกงานแล้วครับ หลังจากไปทำงานที่บริษัทรถยนต์ ยี่ห้อหนึ่งมาได้ 1 เดือน ก็เจอแรงกดดันจากทางบ้านให้ กลับมาช่วยงานที่บ้านด่วน ผมก็เลยมีเวลามากขึ้นครับ หลังจากที่ไม่ได้เข้ามาเขียนบล็อกซะนานเลย เพื่อนๆ คงสบายดีกันนะครับ ช่วงนี้ผมคงมีเวลาว่างแยะ แต่ตังคงไม่มีแยะเหมือนเวลา55555 เอาเป็นว่า ได้กลับมาเป็นเจ้านายตัวเองอีกครั้งครับ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า วันนี้ใครที่อยู่ลำปาง เหมือนผม ผมอยากให้ไปชมกระทงที่ริมน้ำวังกันเยอะๆ นะครับ บ้านเราจาได้คึกครื้น เห็นว่าแถวกาดกองต้ามีงาน ไหลเรือไฟ999 ดวงอะไรนี่แหละครัับ อ่านป้ายไม่ทัน ยังไงก็เชิญชวนให้ออกไปลอยกระทง ขอขมาเจ้าแม่คงคาที่เราได้ทำอะไรไม่ดีกับแม่น้ำลำคลองไว้ ก็ถือโอกาสนี้ไปลอยกระทงกันนะครับ ผมคงจาออกไปเย็นๆแหละครับ ต้องล้างจานเก็บร้านอีก งานที่บ้านเยอะน่ะครับ ใครที่เลิกงาน เลิกเรียนแล้วก็เตรียมตัวกันให้ดีนะครับ รู้สึกว่าอากาสจะเย็นแล้วด้วยยังไงรักษาสุขภาพ กันด้วยนะครับ อ่อ ขอฝากเรื่ิองการเล่นประทัด กันด้วยนะครับระมัดระวังกันหน่อยนะครับ ผมเลิกเล่นมานานแล้วครับ ตอนนี้ไม่ค่อยชอบเสียงดังซะเท่าไหร่ สงสัยแก่แล้วมั้ง เอาเป็นว่าผมขอเตรียมตัวไปลอยกระทงก่อนนะครับ แล้วจาเข้ามาเขียน ใหม่ ช่วงนี้ไม่ค่อยจามีสาระเท่าไหร่ เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะหาเรื่องราวดีๆ มาฝากกันเช่นเคยนะครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมเข้ามาเขียนดึกไปหน่อยนะครับ ปรกติจะเขียนเวลา ค่ำๆ ผมมีเรื่องมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังครับ เมื่อวันก่อน มีลูกค้าท่านนึงโทรศัพท์มาหาผม เขาบอกว่าสนใจปลาทองที่ผมโพสรูปไว้ข้างล่างนี่ล่ะครับ ผมดีใจมากเลยที่มีออเดอร์ แรกในการทำโฆษณาสินค้าของบ้านผม ผ่านทางอินเตอร์เน็ต แต่ทำไปทำทำมาเค้าบอกว่าได้แล้ว ไม่เอาครับ ผมเลยเกิดความน้อยใจขึ้นมาครับ เพราะไปคุยกับคุณพ่อกับคุณแม่ไว้ว่าผมมีลูกค้าแล้วจากทางอินเตอร์ ท่านก็บอกว่าจะได้จริงเหร้อ ผมก็ตอบแบบมั่นอกมั่นใจว่าได้แน่ครับ แต่แล้วเค้าก็ไม่เอา อาจเป็นเพราะว่าสมัยนี้ มิจฉาชีพมันเยอะมั้งครับ ทำให้เค้าอาจไม่ไว้ใจ เลยกลัว ก็เซ็งนะครับ สำหรับคนที่เค้าตั้งใจ ที่จะทำด้วยความสุจริต จริงๆแต่มีคนบางคนที่มาทำให้ธุรกิจที่่เค้า ตั้งใจทำต้องมีปัญหาจากความชั่วของพวกเค้าที่ วันๆไม่คิดทำไร คิดแต่จะมาหลอกกินเงินคนเท่านั้น ทำไมคุณไม่เอาเวลาไปทำอะไรที่สุจริตล่ะครับ ไม่น่าจะมาทำแบบนี้เลย ถ้าเค้าเป็นญาติพี่น้องคุณล่ะคุณจะคิดยังไง ผมคงเลิกหวังที่จะทำธุรกิจแบบนี้แล้วล่ะครับ ไปทำแบบที่คุณแม่ทำมาแบบเก่าดีกว่า ถึงแม้มันจะช้าแต่ชัวกว่าครับ นิสัยคนไทยไม่เหมือนฝรั่งเค้าครับ ยังมีทิฐิเรื่องการซื้อของที่ไม่เคยเห็น หรือจับต้องมาก่อน ฝรั่งเค้าทำการค้าผ่านทางอินเตอร์กันไปถึงไหนแล้วบ้านเราถึงไม่เจริญซักที ช่างมันเถอะครับ เข้าเรื่องก่อนดีกว่า ในเดือนหน้า เดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ทางจังหวัดลำปางมีงานสำคัญที่มีชื่อว่า งานเซรามิกแฟร์ที่จัดขึ้นทุกปีนะครับ ก็มาเกริ่นกันไว้ก่อนเพื่อนๆ จะได้มีเวลาเตรียมตัวกันนะครับ ถ้าอยากได้สินค้าของฝากเซรามิกราคาถูกก็แวะมาได้ที่ลำปางนะครับ เดี๋ยวใกล้ๆผมจะมาบอกรายละเอียดอีกทีครับ

วันศุกร์

ขอบคุณที่มาของภาพสวยๆ จาก i love coffee ครับ



สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนต้องขอโทษนะครับที่ไม่ได้เข้าเขียนบล็อก หลายวันเลย พอดีช่วงนี้ยุ่งๆน่ะครับ เป็นยังไงกันบ้างครับเริ่มเดือนใหม่กันแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะหมดปี อีกแล้วไวจริงๆครับ สำหรับใครๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยก็รีบๆทำซะนะครับ วันเวลามันช่างไวจริงๆ ว่ามั้ยครับ ตอนนี้ผมได้งานแล้วครับ หลังจากว่างงานมานาน ไม่รู้ว่าจะมีเวลามาเขียนบล็อค ให้เพื่อนๆอ่านกันรึเปล่า เอาเป็นว่าถ้างานไม่ยุ่งผมจะเข้ามาเขียนละกัน อ่อ เกือบลืมถาม เมื่อวานมีเพื่อนๆคนไหนถูกหวย กันบ้างครับ ผมถูกครับ ถูกกินเรียบเลย-___- ก็เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆตามปะสาของคนจนนะครับ ใครๆก็อยากรวยกันทั้งนั้น หรือว่าไม่อยากกัน 5555 ยังไงก็เก็บเงินเก็บทองกันบ้างนะครับ เดี๋ยวสิ้นปีไม่ตังเที่ยว แย่เลย ช่วงนี้ยิ่งใกล้เทศกาล เมาไม่ขับกันแล้ว ออกพรรษายังไงก็รักษาสุขภาพอย่าลืมไปทำบุญนะครับ
วันนี้ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวจาเข้ามาเขียนใหม่ขอไปหาเรื่อง ดีๆก่อนนะครับ
ป.ล ลำปางรถม้า เมืองเซรามิก เมืองกาไก่ ช้างลำปางตัวใหญ่เน้อ ทำไมสนใจกันแต่หมีแพ้นด้า น้าๆๆๆๆๆๆๆ แวะมาเที่ยวลำปางกันบ้างเด้อ

วันพฤหัสบดี


สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน มาเจอกันอีกเช่นเคยเช่นนะครับ วันนี้วันพฤหัสแล้ว อดทนอีกวันเดียวเองครับ เดี๋ยวก็วันศุกร์แล้วจาได้พักผ่อนกันนะ วันนี้ผมเอาสาระน่ารู้มาฝากกันครับ ไปดูกันเลยดีกว่า ^___^

กฎ 5 ข้อวิธีคิดแบบคนเก่งๆ ที่เค้าประสบความสำเร็จครับ ไปดูกันว่าเค้ามีหลักการ วิธีคิดยังไง

  1. คิดแบบท้าทายความฝันครับ คงไม่มีอะไรมาเทียบกับความสามารถของมนุษย์ได้อีกแล้วนะครับ ไม่ว่าจะทำอะไรคงไม่เกินความตั้งใจและความฝันนะ ถ้าเรามีความฝันแล้วจงทำความฝันนั้นให้มันเป็นความจริงให้ได้
  2. ความคิดที่ว่า ตัวเราทำได้หมายความว่า ความเชื่อมั่นในตัวเองนั่นเองครับ คุณลองนึกดูนะครับ นักกีฬาที่สามารถทำลายสถิติโลกได้นั้นเค้ามีความเชื่อมั่น และมีการฝึกซ้อมที่ดี เค้าเลยทำลายสถิติได้ ถ้าเรามีความเชื่อและมั่นใจว่าเราสามารถทำได้ ความคิดนั้นก็จะเป็นจริงได้ครับ ? (แต่ต้องลงมือทำด้วยนะ~)
  3. มีความกระตือรือร้น และมองโลกในแง่ดีครับ ไม่ว่าจะเจออุปสรรคมากมายเพียงใด ถ้าเรามองทุกอย่างในแง่บวกแล้ว เราจะรู้สึกดีกับสิ่งที่เราพบเจอครับ
  4. ค้นหาไอดอลให้เจอ ถ้าเพื่อนๆมีบุคคลต้นแบบที่เขาสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว ลองมองดูไอดอลของเราแล้วพัฒนาตัวเราไปให้ได้แบบเขาบ้างนั่นแหละครับ ใกล้แล้วความสำเร็จแล้ว
  5. ข้อสุดท้ายนะครับ เปิดใจให้กว้างครับ ถ้าคุณคิดจะทำการใหญ่ จิตใจคุณต้องใหญ่ตามไปด้วยนะ มองทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติครับ

ก็เป็นเรื่องราวดีๆที่ผมเอามาฝากกันนะครับ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนครับ พรุ่งนี้ก็วันศุกร์แล้ว ขอให้มีกำลังใจในการทำงานและใช้ชีวิต กันต่อไปครับ

.ล มาเที่ยวเหนือ อย่าลืมแวะมาลำปางบ้างเน้อ ลำปางมีอะไรอีกมากที่ยังไม่เคยเห็น รถม้าเอย ชามกาไก่โอ้ ช้างตัวใหญ่………………………………………… ^___^ ลำปางหนาวมาก

วันพุธ

สวัสดีช่วงบ่ายครับเพื่อนๆ วันนี้เป็นวันดี วันหวยออกครับ ไม่ทราบว่ามีเพื่อนๆ ในที่นี้ชอบการเล่นหวยกันรึเปล่า ยังไงก็ขอให้ถูกหวยกันทุกคนนะครับ ก็มาเจอะเจอกันเหมือนทุกวันนะครับ เมื่อวานผมก็ได้เขียนเรื่องราวสาระน่ารู้เกี่ยวกับบุคคลสำคัญของวงการอาร์ทตีส บ้านเราไปแล้วนะ วันนี้มีเรื่องมาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับงานในจังหวัดลำปางนิดหน่อยครับ เป็นงานบุญเผื่อใครว่างๆวันหยุดที่จะถึงนี้ จาได้มีโปรแกรมกันนะครับ
ก็เมื่อช่ววงเช้าวันนี้นะครับ แฟนผมก็ได้ทำกับข้าว สั่งการให้ผมเอาไปถวายที่วัดใกล้บ้านมาน่ะครับ พอดีไปวัดปงสนุก วัดใกล้บ้านผมเองครับ เป็นวัดที่ได้รางวัล unesco ซึ่งผมเคยเขียนและถ่ายรูปมาฝากเพื่อนๆกันไปแล้ว(หาดูได้ในหัวข้อบทความนะครับ) พอดีหลวงปู่ที่ผมมักจะไปทำบุญกับท่านป่วยน่ะครับ ท่านอายุมากแล้วครับผมเห็นไม่สบายบ่อยก็เลยให้แฟนทำข้าวต้มกะจะ ไปถวายแต่ท่านไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลค่าย ในลำปางนี่แหละครับ ผมก็เลยไม่ได้ทำบุญที่วัดใกล้บ้าน ไหนๆก็ตั้งใจจาทำบุญแล้ว เลยขับรถไปอีกวัดนึงครับ ไปที่วัดเกาะวาลุการามครับ วัดนี้อยู่บริเวณถนนคนเดินกาดกองต้าครับ พอทำบุญเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลวงพี่ที่วัดก็ให้เอกสารเชิญชวนพุทธศาสนิกชนมาทำบุญในวันออกพรรษากันผมครับ รายละเอียดก็มีดังนี้ครับ ในวันที่ 4-5ตุลาคม 2552 นี้ครับ ทางวัดเกาะเค้าได้จัดงานเทศน์มหาชาติ-ตักบาตรเทโวกันครับ เป็นงานบุญประเพณีที่ชาวพุทธนิยม ถือปฏิบัติสืบทอดกันมานานแล้ว ในช่วงออกพรรษาของทุกๆปี เพื่อเป็นการสั่งสมบุญกุศลให้กับตนเองและอุทิศส่วนกุศลไปให้กับญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว รายละเอียดต่างๆ เพื่อนๆสามารถติดต่อสอบถามห้องกองงานเลขาณุการ ที่เบอร์โทร นี้นะครับ 054-217528 054 323426 ยังไงก็ขอให้มาทำบุญกันเยอะๆนะครับ ทำบุญกันตอนเช้า เสร็จแล้วช่วงเย็นก็แวะเดินเที่ยวซื้อของที่ถนนคนเิิดินกาดกองต้า เพราะงานจะตรงกับวันอาทิตย์พอดีครับ ก็ฝากกันประชาสัมพันธ์นะครับ ส่วนตัวผมแล้วก็จะไปเหมือนกันครับวันนั้นนะ ถ้าไม่ติดธุระอะไร เราอาจเจอกันก็ได้นะ55555 ยังไงวันนี้ก็มีข่าวสารภายในจังหวัดลำปางมาฝากกันแค่นี้ครับ ถ้ามาลำปางแล้วอย่าลืมแวะซื้อของฝาก ชามกาไก่ลำปางกับไปบ้างเด้อ โชคดีถูกหวยทุกคนครับ

วันอังคาร

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน มาพบกันเหมือนเดิมนะครับ สำหรับเพื่อนๆแฟนขาประจำก็คงจารอเมื่อไหร่ผมจามาเขียน บล็อกซะทีน้ามาแว้วครับ เวลาอาจไม่ตรงบ้างแต่มาเขียนทุกวันแน่นอนครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวสาระดีๆ มาฝากกันเช่นเคยครับ วันนี้ 15 กันยายน ใช่มั้ยครับเพื่อนๆบางคนอาจไม่รู้ว่ามันเป็นวันสำคัญอีกวันนึงของช่างศิลปะเลยนะครับ ไปดูรายละเอียดกระตุกต่อมสมอง รับเอาข้อมูลดีๆไว้ประดับความรู้กันซักหน่อยนะ

15 กันยายน นะครับเป็นวันที่ชาวอาร์ตตีส บ้านเราเค้าจายกให้เป็นวัน ศิลป์ พีระศรี กันครับ ก็คือว่าต้องเท้าความกันก่อนนะ ในอดีตนะครับ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้สร้างปรึกแผ่นให้แก่วงการศิลปะไทยครับ เพื่อนๆก็ลองนึกกันดูนะครับ ว่าเหล่าบรรดาอาร์ทตีส ทั้งหลายต่างคนก็ต่างมีตีสที่สูงกันใช่มั้ยครับ การที่จะเอาบรรดาอาร์ทๆ พวกนี้มารวมกันนั้นค่อนข้างมีอุปสรรคมากครับ(ในสมัยนั้นนะครับ) แต่ท่านศิลป์ พีระศรีได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทยครับ และเป็นบิดาแห่งมหาวิทยาลัยศิลปากรอีกด้วย โดยในอดีตที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้นลูกศิษย์ ลูกหา จะถือเป็นวันสำคัญของลูกศิษย์ศิลปศึกษากันครับ เค้าจาไปกราบไหว้ครู ศิลป พีระศรีกันที่บ้านครับ แต่ปัจจุบันนี้บิดาแห่งศิลปากร ได้ลาลับโลกนี้ไปแล้วครับ แต่บรรดาลูกศิษย์ทุกคนก็ยังจัดงานรำลึกวันศิลป พีระศรีขึ้นเป็นประจำทุกปีครับ เพื่อตอบแทนคุณงามความดีของท่านให้คนรุ่นหลังได้รับรู้กัน ก็เป็นเรื่องราวดีๆ ที่ผมเอาฝากเพื่อนกัน ในวันนี้นะครับ

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีขณะกำลังปั้น


วันนี้เป็นยังไงกันบ้างล่ะครับ วันที่สอง ของการทำงานแล้วยขอให้มีกำลังใจในการทำงานกันเยอะนะครับ แล้วพรุ่งนี้มาเจอกันใหม่ครับ โชคดีมีเงินใช้ทุกคนครับ

.ล ลำปางเมืองเซรามิก และก็เซรามิก มีชามกาไก่ไว้ใส่ก๋วยเตี๋ยว มีรถม้าไว้ให้นั่งชมเมืองเล่น มีมนต์เสน่นให้เยือนเมืองเหนือ มาเที่ยวเหนือมาลำปางบ้างเด้อ ไปก่อนละครับ ^-^

วันจันทร์

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน วันนี้มาเจอกันเหมือนเดิมนะครับ เป็นยังไงกันบ้างครับเริ่มงานกันวันแรกของสัปดาห์ อีก 2 อาทิตย์ก็จาสิ้นเดือนกันแล้ว อดทนกันหน่อนละกัน เดี่ยวเราก็จะได้รับเงินเดือนกันแล้ว ยังไงก็เก็บเงิน เก็บทองกันบ้างนะครับ เมื่อวานผมได้พาเพื่อนๆไปเที่ยวที่เหมืองแม่เมาะจังหวัดลำปาง เมืองเซรามิกของไทยกันแล้วใช่มั้ยครับ วันนี้เราไปเที่ยวกันต่อดีกว่าครับ เผื่อเพื่อนๆจะได้หายเหนื่อยกันบ้างนะครับ ผมก็จะสลับกับเนื้อหาอื่นบ้าง เพื่อนๆที่เข้ามาบล็อกผม จาได้ไม่เบื่อกันนะครับ รับรองครับถ้ามาบล็อกนี้ได้ความสดแน่นอนครับ เพราะผมมาเขียนทุกวันครับ เขียนสดๆเลยนะู^-^ ครับ ยังไงก็ให้กำลังใจกันบ้างนะครับ ผมจาได้มีกำลังใจมาเขียนทุกวัน ไม่รู้ว่าถ้าผมได้งานแล้วจามีเวลามาเขียนทุกวันรึเปล่า (ตอนนี้ว่างงานอยู่อะครับ-_-) ยังก็จะหาเวลามาเขียนละกัน ไปดูกันเลยดีกว่าครับว่าวันนี้ผมจาพาไปเที่ยวที่ไหนกัน? วันนี้ไปเที่ยวกันในตัวอำเภอเมือง ของจังหวัดลำปางกันครับ ไปเที่ยวบ้านที่ชาวลำปางเรียกกันว่า "บ้านเสานัก" เหตุใดชาวบ้านเค้าถึงเรียกกันว่าบ้านเสานักนะ ไปดูข้อมูลและประวัติกันครับ

บ้านเสานัก

ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 86 ถนนป่าไม้ เป็นบ้านไม้ที่มีเสาไม้สักมากถึง 116 ต้นเลยครับ ชาวบ้าน จึงเรียกกันว่าบ้านเสานัก (ตามภาษาพื้นเมือง นักมีความหมายว่า มาก”)ครับ บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2438 โดยหม่องจันโอง ต้นตระกูลจันทร วิโรจน์ ลักษณะศิลปะพม่าผสมล้านนา ประกอบด้วยเรือนใหญ่ ซึ่งเป็นเรือนหมู่ มีเสาไม้สักรองรับน้ำหนักบ้านถึง 116 ต้น หน้าบ้านมีต้นสารภี อายุ 133 ปี แต่เดิมบ้านเสานักเป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมบ้านและของสะสมต่างๆ และใช้เป็นสถานที่จัดขันโตกและงานพิธีมงคล ให้เข้าชมได้ทุกวันนะครับ เวลา 09.00-17.00 น.ค่าเข้าชมพร้อมเครื่องดื่ม 30 บาท ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์นี้ครับ โทร. 0 5422 7653, 0 5422 4636 เผื่อใครอยากมาซึมซับ สถาปัตยกรรมแบบล้านนา ก็แวะเข้ามาชมกันได้นะครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับข้อมุลที่เที่ยว ในจังหวัดลำปางที่ผมเอามาฝากกันวันนี้ ยังไงก็หาเวลามาเที่ยวลำปางบ้างเน้อ วันนี้พอแค่นี้ละกัน พรุ่งนี้มาเจอกันใหม่นะครับ ขอให้มีแรงสู้กันต่อไปครับ

ป.ล ลำปางน่าอยู่ เมืองไก่รถม้า เซรามิกน่าชม ลำปางหนาวมาก _------_

วันอาทิตย์

สวัสดีช่วงบ่ายๆครับ วันนี้วันอาทิตย์ วันหยุดของใครหลายๆคนครับ วันนี้เพื่อนๆ คงมีเวลาว่างกันเยอะนะครับ วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวกันงดเรื่องสาระน่ารู้ก่อนนะ ก็วันนี้เป็นวันหยุดไง พักผ่อนชาร์ทแบตกันบ้างนะครับ ไปดูรายละเอียดกันเลยดีกว่า เหมืองลิกไนต์ หรือ เหมืองถ่านหิน
เป็นแหล่งถ่านหินซึ่งเค้าค้นพบเมื่อ ปี2460 มีปริมาณถึง 630 ล้านตันครับ และมีอายุประมาณ 40 ล้านปีแล้ว พื้นที่เหมืองทั้งหมดเป็นของกรมป่าไม้ครับ มีประมาณ 20,000 ไร่ สามารถใช้ได้อีกประมาณ 50 ปี บริเวณเหมืองมีโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินชนิดนี้เป็นเชื้อเพลิงตั้งอยู่หลายโรงครับ
เหมืองผลิตไฟฟฟ้านี้อยู่ในเขตอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปางครับ ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนสายลำปาง-เด่นชัย (จ. แพร่) เป็นระยะทาง 26 กม. เพื่อนๆสามารถเช่ารถสองแถวซึ่งจอดอยู่บริเวณตลาดบริบูรณ์ในตัวเมืองได้นะครับ ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 30 นาที "ลิกไนต์" เป็นถ่านหินประเภทหนึ่งที่

นักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงไปบริเวณขุดเจาะถ่านหินนะ เพราะอาจมีอันตรายจากการระเบิดที่ใช้ทำเหมืองได้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเค้าจัดทำจุดชมวิวสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นสวนหย่อม ตกแต่งปลูกไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ ที่มีสีสันสวยงามสงบ และร่มรื่น ไว้ด้วย ณ จุดนี้ นอกจากจะได้ชมความงดงามของภูมิประเทศแล้ว ยังสามารถมองเห็นการทำงานของรถขุดตักแร่ซึ่ง อยู่ลึกลงไปในมุมกว้างได้อีกด้วยที่แม่เมาะ ลำปางยังมีทุ่งดอกทานตะวันด้วยนะครับ สวยมะเพื่อนๆ



บริเวณเหมืองมีบ้านพักรับรองของ กฟผ. สนามกอล์ฟ และสโมสร ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ โทร. 054 252730-1, 054 252724 เผื่อใครอยากจะไปพักผ่อนก็ติดต่อตามหมายเลขที่ขึ้นหน้าจอได้เลยนะครับ
เป็นสถานที่เที่ยวอีกแห่งของจังหวัดลำปางนะครับ เป็นโรงไฟฟ้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้เราได้ใช้กันไงอีกมุมครับบริเวณจุดชมวิว เหมืองแม่เมาะ ลำปางจ้า



รถที่เค้าเอาไว้ใช้งานในเหมืองครับ


เห็นมั้ยล่ะครับ ลำปางมีอะไรๆที่น่าสนใจอีกเยอะครับ มีทรัพยากรที่สำคัญมากเลย ไม่ว่าจะเป็นดินขาวที่ใช้ทำเซรามิก ที่ผมได้เขียนไว้ตั้งแต่ตอนต้นๆที่มาเขียนใหม่ๆ ไปหาอ่านกันดูได้นะครับ หรือว่าจะเป็นถ่านหินลิกไนต์ ..........................และอืนๆ เอาไว้จะทยอยมาเล่า ให้ฟังนะครับ ยังไงก็หาเวลาไปเที่ยวกันบ้างนะครับ ถ้าใครขึ้นเหนือมาอย่าลืมแวะ เที่ยวลำปางด้วยเด้อ มีอะไรอีกมากที่เพื่อนๆ อาจไม่เคยเห็นครับ สำหรับวันนี้ไปก่อนละครับ พรุ่งนี้มาเจอกันใหม่ โชคดีถูกหวยกันทุกคนนะครับ แล้วมาเจอกันใหม่พรุ่งนี้ครับ^_ ^
ป.ล ลำปางทำไมต้องลำปางหนา แล้วทำไมต้องชามกาไก่ แล้วยังมีรถม้าไว้ให้นั่งอีก แล้วทำไมต้องเขียนด้วยนี่ เ้อ้อ!!!!!!!!ลำปางหนาวมาก....โชคดีครับ-_-

วันเสาร์

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มาเจอกันช่วงเย็นๆนะครับ ตอนนี้อากาศทางเหนือ (ที่ลำปางที่ผมกำลังนั่งเขียนบล็อคอยู่) อากาสดีมากเลยครับ มีสายฝนโปรยปรายลงมาชุ่มฉ่ำครับ วันนี้ผมยุ่งๆครับ ไปสมัครงานมา(ตอนนี้ว่างงานอยู่ครับเรื่องของเรื่องเลยมีเวลาเยอะ) ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเค้าจารับรึเปล่า ผมไปสมัครมาหลายที่เหมือนกัน แต่งานเดี๋ยวนี้หายากจริงๆครับ ลำพังเขียนบล็อกยังไม่มีเงินเข้าเป็นกอบเป็นกำเลยครับ (ยั่งงี้จาเลี้ยงลูกเมียไหวมั้ยเนี้ย-_-) ก็สู้กันไปนะครับ เป็นกำลังใจให้ละกัน ส่วนธุระกิจที่บ้านตอนนี้ก็ให้ คุณพ่อกับแม่ดูแลกันไปก่อน ผมขอออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆดู แต่คงไม่ทำไปตลอดชีวิตแน่ครับ ผมตั้งความฝันของผมไว้แล้ว ไม่รู้ว่าเพื่อนๆมีกันรึเปล่า แต่ผมมีครับและต้องทำให้ได้ด้วย เอาล่ะครับก็เหมือนทุกวันล่ะครับ ผมก็จามานั่งเขียนบล็อคให้เพื่อนๆ อ่านกันเช่นเคย หลังจากเขียนมาได้ระยะนึงแล้วฟืดแบ็กเริ่มมีบ้างครับ แต่ยังไม่พอจาย^-^ ผมต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ ในเมื่อเพื่อนเข้ามาบล็อคผมแล้วจาได้ไม่เสียเปล่าไง
ไหนๆก็มาแล้ว เพื่อนๆน่าจะได้อะไรกับไปบ้างล่ะน่า (ผมอยา
กให้มันเป็นแบบนั้นนะครับ พยายามอยู่)
ไปดูกันเลยดีกว่าว่าวันนี้ผมมีอะไรมาฝากกัน
เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจใจากการที่ ผมเป็นคนที่ชอบจิบเบียร์มากๆ คนหนึ่งครับ(กินทุึกวันครับ วันละขวดไม่ได้ติดนะครับแต่มันเป็นยาน่ะครับ เห็นเพื่อนบอกมานะ บอกว่าลดความดันอะไรประมาณนี้แหละ) คือว่าเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาเพื่อนๆ คงรู้กันนะครับว่า มีการขึ้นภาษีเบียร์ ทำให้ผมเกิดความคิดที่ว่าอยากทำเบียร์ไว้กินเองว่ะ ซื้อเค้าเอาไม่ไหวอะ เลยลองหาข้อมูลดูก็ไปเจอเลยเอามาฝากกัน เพื่อประดับความรู้เสริมสร้างรอยยักในสมองกันครับ

ก. ส่วนผสม
ในการทำเบียร์นั้นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้คือ ข้าวมอลต์ (Malt) น้ำดอกฮ็อพ (Hop) และยีสต์ (Yeast)
ข้าวมอลต์ ได้มาจากข้าวบาร์เลย์ ซึ่งเป็นธัญพืชที่นิยมปลูกในประเทศที่มีภูมิอากาศเย็น จะมีการปลูกกันมากในประเทศทางทวีปยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย อังกฤษ ไอร์แลนด์ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังนิยมปลูกในประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ประเทศทางทวีปเอเชียก็มีการปลูกกันมากในประเทศจีน ส่วนประเทศไทยมีการนำสายพันธุ์ข้าวบาร์เลย์เข้ามาปลูกในแถบภาคเหนือ ซึ่งมีภูมิอากาศเย็นมีการส่งเสริมการปลูกข้าวบาร์เลย์ แต่ยังมีปริมาณไม่มากและไม่แพร่หลายเหมือนในประเทศอื่นๆ ที่กล่าวข้างต้น ข้าวบาร์เลย์ที่เก็บเกี่ยวแล้วจะนำไปเปลี่ยนสภาพให้เป็นข้าวมอลต์ในโรงงานทำมอลต์ที่เรียกว่า มอลต์เทอรี่ (Maltery) ส่วนผู้ที่มีหน้าที่ในการทำข้าวบาร์เลย์เป็นข้าวมอลต์เรียกว่า มอลต์สเตอร์ (Maltster) ในขั้นตอนแรกจะนำข้าวบาร์เลย์ไปแช่น้ำที่อุณหภูมิประมาณ ๔๕ องศาเซลเซียส เพื่อให้เมล็ดได้รับความชื้นพร้อมกับได้รับออกซิเจน ซึ่งจะทำให้เซลล์ (Cells) ของเมล็ดได้รับการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการงอกของรากอ่อนและใบอ่อน ต่อจากนั้นจึงถ่ายน้ำออกแล้วนำเมล็ดข้าวบาร์เลย์ไปผึ่งบนตะแกรง ซึ่งมีการเป่าลมที่มีความเย็นประมาณ ๑๘ องศาเซลเซียส ไปที่เมล็ดข้าว ในช่วงนี้รากอ่อนและใบอ่อนจะงอกจากเมล็ด ทิ้งไว้ให้มีการงอกของรากอ่อนยาวประมาณ ๒ ใน ๓ ถึง ๓ ใน ๔ ของเมล็ด แล้วจึงนำเมล็ดข้าวไปอบให้แห้งอย่างช้าๆ ที่อุณหภูมิประมาณ ๕ องศาเซลเซียส การอบจึงจะแล้วเสร็จ ข้าวที่อบเสร็จแล้วนี้เรียกว่า ข้าวมอลต์ ซึ่งจะนำไปขัดเอารากอ่อนและใบอ่อนออก การอบให้แห้งนั้น อุณหภูมิของการอบจะเป็นตัวชี้ว่า ข้าวมอลต์ที่อบแล้วจะเป็นข้าวมอลต์ประเภทใด เช่น ถ้าอบที่อุณหภูมิ ๑๒๐ องศาเซลเซียส จะทำให้เปลือกข้าวและเมล็ดเป็นสีดำ จึงเรียกข้าวมอลต์ชนิดนี้ว่า มอลต์ดำ (black malt) หรือ คาราเมลมอลต์ (caramel malt) เป็นต้น
น้ำ เป็นวัตถุดิบที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง เนื่องจากเบียร์มีส่วนประกอบที่เป็นน้ำมากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ คุณภาพของน้ำที่ใช้สำหรับการผลิตเบียร์ขึ้นอยู่กับลักษณะของเบียร์ที่จะผลิต ความอ่อน ความกระด้างของน้ำ จะมีผลต่อรสชาติของเบียร์ หรือมีผลต่อความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต เป็นต้นว่า สารที่ให้ความขมที่มีอยู่ในดอกฮ็อพ จะให้ความขมแก่เบียร์ได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความกระด้างและค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ
ดอกฮ็อพ เป็นพืชล้มลุกประเภทไม้เลื้อย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Humulus lupulus นิยมปลูกกันมากในประเทศแถบยุโรป เช่น ประเทศเยอรมนี อังกฤษ สาธารณรัฐเชค นอกจากนี้มีในประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ในแถบเอเชียจะมีการปลูกฮ็อพในประเทศจีนและญี่ปุ่น
ยีสต์ หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า ส่า จัดเป็นจุลินทรีย์ประเภทรา ที่สามารถใช้น้ำตาลจากมอลต์เป็นอาหารเพื่อการเจริญเติบโตและเพิ่มประชากร การใช้น้ำตาลเป็นอาหารของยีสต์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นแอลกอฮอล์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเรียกว่า การหมักขณะเดียวกันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย
ข. กรรมวิธีการผลิต
การผลิตเบียร์เริ่มจากการนำข้าวมอลต์มาบดให้เมล็ดแตก พร้อมทั้งใส่น้ำผสมลงไปในถังผสมถังผสมต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตเบียร์ในสมัยก่อนนั้น นิยมทำด้วยทองแดง เนื่องจากทองแดงเป็นวัสดุที่สามารถนำมาดัดเพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงามต่างๆ ได้ง่าย ตัวทองแดงเองนอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังเป็นตัวนำความร้อนที่ดี ทำให้ความร้อนสามารถผ่านไปที่ของผสมในถังผสมได้เร็วขึ้น ปัจจุบันทองแดงมีราคาแพงขึ้นมาก หาวัสดุได้น้อยลงและจะต้องเสียเวลาบำรุงรักษามาก จึงมีการคิดค้นนำวัสดุสแตนเลสมาทำเป็นถังผสมสำหรับผสมข้าวและต้มเบียร์ ซึ่งนอกจากราคาจะถูกกว่าทองแดงแล้ว ยังสามารถทำความสะอาดด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งประหยัด ปลอดภัย และไม่เสียเวลาในการดูแลรักษามากนัก
เมื่อผสมข้าวและน้ำลงไปในถังผสมแล้ว จึงให้ความร้อนที่เหมาะสม เพื่อให้เอนไซม์ที่มีอยู่ในข้าวมอลต์ เปลี่ยนแป้งไปเป็นน้ำตาลมอลโตส (Maltose) หลังจากนั้นจึงแยกเอาของเหลวออกจากกากข้าว ของเหลวดังกล่าวเรียกว่า เวิร์ท (Wort) ซึ่งจะมีความหวานของน้ำตาลมอลโตสอยู่จากนั้นจึงต้มเวิร์ทให้เดือดพร้อมทั้งใส่ดอกฮ็อพ เมื่อต้มเวิร์ทจนได้ที่แล้วจะปล่อยให้ตกตะกอนก่อน หลังจากนั้นจึงทำให้เย็นลงพร้อมทั้งใส่ยีสต์และเติมลมเพื่อการเจริญของยีสต์ แล้วนำไปหมักในถังหมัก อุณหภูมิของการหมักขึ้นอยู่กับชนิดของเบียร์และชนิดของยีสต์ที่ใช้ โดยทั่วไป ถ้าใช้ท็อปยีสต์จะหมักที่ประมาณ ๒๐-๒๒ องศาเซลเซียส ถ้าใช้บ็อททอมยีสต์ จะหมักที่ระมาณ ๘-๑๓ องศาเซลเซียส การหมักจะใช้เวลาประมาณ ๕ วัน สำหรับท็อปยีสต์ ส่วนบ็อททอมยีสต์ใช้เวลา ๗-๑๐ วัน
ลองคุณประโยชน์ของเบียร์กันบ้างครับ
เบียรเป็นเครื่องดื่มที่ปรุงแต่งมาจากวัตถุดิบทั้งหลายที่มาจากธรรมชาติ จึงทำให้เบียร์เป็นเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ทางด้านโภชนาการนอกจากจะช่วยดับกระหายแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร ปริมาณแอลกอฮอล์และคาร์โบไฮเดรตที่มีอยู่ในเบียร์จะให้พลังงานต่อร่างกาย การดื่มเบียร์ ๑ ลิตร จะได้รับพลังงานประมาณ ๔๔๐ กิโลแคลอรี่ แอลกอฮอล์ยังช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิต จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่ในเบียร์ยังช่วยกระตุ้นน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารทำให้ช่วยย่อยอาหารได้ดี ส่วนประกอบจากดอกฮ็อพและเกลือโพแทสเซียมยังช่วยในการขับถ่ายปัสสาวะและชะล้างไต เบียร์ยังช่วยให้ผ่อนคลายความตึงเครียดทางประสาท ทำให้เกิดการตื่นตัว ในเบียร์ยังประกอบด้วยวิตามินที่มีคุณค่าหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินบี ๑ และวิตามินบี ๒ นอกจากนั้นเบียร์ยังมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย รวมทั้งเกลือแร่ต่างๆ เช่น แคลเซียมซึ่งช่วยป้องกันโรคหัวใจ แมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล และเสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ฟอสเฟต ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก ฟัน และเป็นตัวช่วยสะสมพลังงาน นอกจากเกลือแร่ดังกล่าวแล้ว ยังมีพวกโซเดียมซัลเฟต โซเดียมคลอไรด์ และโซเดียมไนเทรต เป็นต้น
นับว่าเบียรเป็นเครื่องดื่มที่มีมานานแล้ว และมีการศึกษาค้นคว้าพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อนำมาใช้ปรับปรุงอุตสาหกรรมการผลิตเบียร์อย่างสม่ำเสมอ จนทำให้การดื่มเบียร์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและรู้จักกันไปทั่วโลก ทำให้อุตสาหกรรมเบียร์ขยายใหญ่ขึ้น จากทวีปยุโรปเข้าไปในทวีปอเมริกา และแพร่หลายเข้ามาในทวีปเอเชีย ในประเทศไทยก็เช่นกัน อุตสาหกรรมเบียร์มีการขยายตัวอย่างมากในระยะ ๑๐ ปีที่ผ่านมา เมื่อศึกษารายได้ประชากรในระยะเวลาดังกล่าว พบว่าประชากรมีรายได้สูงขึ้น ทำให้มีการดื่มเบียร์เพิ่มขึ้น การขยายตัวของอุตสาหกรรมเบียร์จึงใช้บอกถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนั้นยังส่งผลให้เกิดการขยายตัวในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมขวด อุตสาหกรรมกระป๋องและอุตสาหกรรมกล่องกระดาษอีกด้วย
ก็เป็นสาระดีๆเอามาฝากกันะครับ น้องที่อ่านอยู่อย่าลิดื่มของมึนเมานะครับมันไม่ดี แต่ผมเสียคนไปแล้วล่ะครับ กินเป็นกระสัยนะ ห้ามลอกเลียนแบบละกัน
วันนี้คงพอแค่นี้แหละครับ วันนี้อากาสมันช่าง.........ดีจริงๆครับ เพื่อนลองนึกภาพท้องฟ้าที่คึ้มๆ ฝนตกช่ำๆ อากาสเย็นสบายสิครับ โอ้!!! ไม่ไหวแล้วครับพี่น้องผมขอตัวออกไปซื้อเบียร์ก่อนละกันครับ พักผ่อนซะหน่อยวันนี้วะนเสาร์ เดี๋ยวจารอดูบอล เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เจอกันใหม่ครับ โชคดี มีเงินใช้ทุกคนครับ
ป.ล มาเที่ยวลำปางกันบ้างเน้อ......ลำปางเมืองน่าอยู่ เมืองรถม้า ชามเซรามิก ถ้วยกาไก่ ลำปางหนา ทำไมต้องลำปางหนาวมาก......-_- สวัสดีครับ






วันศุกร์

สวัสดีช่วงสายๆครับเพื่อนๆ เป็นไงกันบ้างคับวันนี้วันศุกร์แล้ว สำหรับใครที่จะไปดื่มกันก็ระมัดระวังกันด้วยนะครับ ผมเป็นห่วงครับ เมาไม่ขับเด้อ^_^ เมื่อวานก็เอาสาระความรู้มาฝากกันแล้ว เผื่อใครที่ไม่รู้จาได้เพิ่มรอยยักในสมองมาหน่อย .....ล้อเล่นน้า _-_
เพื่อนๆยังจำกันได้มั้ยครับว่าวันที่11 กันยายน เกิดเหตุการณ์อะไร อาจเป็นเรื่องนอกประเทศเรานะครับ แต่มันก็ไม่ได้ไกลตัวเท่าไหร่เลย เข้าเรื่องกันเลยครับ รู้สึกว่า วันที่11กันยา ของปี 2544 มั้งที่สหรัฐโดนผู้ก่อการร้ายถล่มตึกเวริดเทรด ที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลกเลย ตอนนั้นผมจำได้ว่าผมกะลังนั่งเล่นคอมอยู่ที่ร้านเน็ตอยู่เลย (ตอนนั้นยังไม่มีตังซื้อโน๊ตบุ๊คอะครับเลยไปเล่นที่ร้าน) ผมได้ดูภาพสดๆผ่านหน้าจอคอมเลยมั้งครับ เพราะเจ้าของร้านเขาตะโกนบอกว่าตึกเวิรดเทรดโดนเครื่องบินชน ดูเร็ว ผมก็รีบเปิดเลยครับ รู้สึกน่าจะเป็นเวลาช่วงเที่ยงคืนมั้ง (เวลาของไทยตอนนั้นนะคับ) ภาพมันเหมือนกับว่า เพื่อนเคยเห็นรังผึ้งหรือรังแตน ที่มันโดนก้อนหินปามั้ยครับ ยังไง ยั่งงั้นเลยล่ะครับ ความรู้สึกผม เห็นผู้คนที่หนีตายกันเหมือนผึ้งแตกรังยังยังงันเลย มาลำดับเหตุการณ์กันครับ

11 กันยายน พ.ศ. 2544 เกิดเหตุการณ์ "วินาศกรรม 11 กันยายน หรือ “9/11” โดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้จี้เครื่องบินโดยสาร 4 ลำ ลำแรกเป็นเครื่องบินพานิชย์ โบอิง 767-200 เที่ยวบินที่ 11 ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์พุ่งเข้าชนตึก เวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ 1 (1 World Trade Center) ในเวลา 8.45 น. ตามเวลาในท้องถิ่น จากนั้นอีกประมาณ 18 นาทีต่อมาลำที่ 2 คือเครื่องบินโบอิง 767-200 เที่ยวบินที่ 175 ของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ก็พุ่งเข้าชนตึก เวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ 2 (2 World Trade Center) ตึกแฝดที่เป็นสัญลักษณ์ของทุนนิยมและนิวยอร์ก จากนั้นเวลาประมาณ 9.40 น. เครื่องบินโบอิง 757-200 เที่ยวบินที่ 77 ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ก็พุ่งเข้าชนตึก เพ็นตากอน (Pentagon) ที่ทำการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ณ กรุงวอชิงตัน และเวลา 10.37 น. เครื่องบินโบอิง 757-200 เที่ยวบินที่ 93 ของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ก็ตกที่เมืองซอมเมอร์เซ็ต รัฐเพนซิลวาเนีย จากเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดเกือบ 3 พัน โดยเป็นผู้โดยสารลูกเรือรวมทั้งสลัดอากาศบนเครื่องบินทั้งหมด 246 คน ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกถล่มอีก 2,602 คน รวมไปถึงนักผจญเพลิง 343 คนและตำรวจอีก 60 คน อีกทั้งยังมีผู้สูญหายอีก 24 คน

ย้อนอดีตกันไปนะครับเพื่อนๆ ผมมีวีดีโอเด็ดมาให้ชมกันอีกครับไปชมกันเลย นะครับ ยังไงพรุ่งนี้กลับมาเจอกันอีกเช่นเคยนะครับ มาเขียนทุกวันครับ คอนเซปผม จาได้สดๆๆๆไง ใครชอบของสดๆๆๆบ้าง ยกมือขึ้น

เอาล่ะครับวันนี้ไปก่อนแล้วพรุ่งนี้เจอกันใหม่ โชคดีมีตังใช้ทุกคนครับ



วันพฤหัสบดี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน เป็นยังไงกันบ้างครับ ช่วงนี้อากาศค่อนข้างร้อน ยังไงก็ดูแลสุขภาพร่างกายกันด้วยนะครับ เมื่อวานผมก็เอาเรื่องราวของชาวบ้าน มาเล่าสู่กันฟังแล้ว เมื่อวานเป็นวันดีอีกวันนึงดารา นักร้อง คนเดินดินบนโลกบูดๆ เบี้ยวนี้ก็ถือฤกษ์กัน เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ อาจเป็นเพราะตัวเลขมันลงท้ายด้วย 9 9 9 หมดมั้งครับคนไทยชอบเลข 9 กัน เอ้อ.......... เอาล่ะครับไหนๆก็เข้ามาอ่านบล็อกผมละ ยังไงวันนี้ก็ยังคงความสดใหม่เหมือนเดิมนะครับ เขียนทุกวัน ไม่มีคนอ่าน ไม่มีคน comment ก็ไม่เป็นไร ยังๆก็ขอให้ได้มาเขียน เผื่อใครในที่นี้จะได้แอบเอาไปอ่านเล่นๆกัน 5555 ผมคงเพี้ยนไปแล้วครับ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า วันนี้ 10 กันยายน หลายๆคนอาจยังจะยังไม่รู้ไม่รู้นะครับว่ามันก็เป็นวันพิเศษอีกวันนึงนะ วันนี้องค์การอนามัยโลกเค้า จัดให้เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก

ทุกวันที่ 10 กันยายน ของทุกปี องค์การอนามัยโลกกำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันสำคัญคือ วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก (World Suicide Prevention Day) โดยประกาศเป็นครั้งแรกเมื่อ ปี ค.ศ. 2003 (ซึ่งก็ตรงกับปี พ.ศ. 2546 ของไทย)

ทางองค์การ อนามัยโลกคาดว่าในปีหนึ่งจะมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จเป็นจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน เมื่อคิดเฉลี่ยต่อเวลาจะพบว่ามีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ทุก 40 วินาที และการฆ่าตัวตายยังส่งผลกระทบต่อจิตใจของพ่อแม่พี่น้องสามีภรรยาและเพื่อนๆ ของผู้ตายอีกประมาณ 5-10 ล้านคน ตลอดจนมีผลมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทางองค์การอนามัยโลกพบว่า การฆ่าตัวตายติด 10 อันดับแรกของสาเหตุการตายของประชากรโลก และติดอันดับที่ 3 ของสาเหตุการตายสำหรับประชากรวัย 15-35 ปี ผู้ชายฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าผู้หญิงถึง 3 เท่า (ยกเว้นในประเทศจีน)

องค์การอนามัยโลกประมาณว่า ผู้ทำร้ายตนเองมีจำนวนมากกว่าผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 10-20 เท่า จากการศึกษาพบว่าผู้ทำร้ายตนเองจะมีโอกาสทำซ้ำและประสบความสำเร็จได้ โดยมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสำเร็จในระยะหนึ่งปีหลังการทำร้ายตนเองครั้ง แรกเพิ่มขึ้นเป็น 100 เท่าเมื่อเทียบกับประชากรทั่วไป และร้อยละ 10 ของผู้ทำร้ายตนเอง จะจบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา

การฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย แต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายประมาณ 4,500-5,000 คน ซึ่งมากกว่าการฆ่ากันตาย ที่มีประมาณ ปีละ 3,000-3,800 ราย (สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์, 2546) และถ้านับจำนวนผู้ที่ทำร้านตนเองทั้งหมด ทั้งที่เสียชีวิตและไม่เสียชีวิตจะพบว่ามีจำนวนรวมสูงถึง 25,000-27,000 รายต่อปี (อภิชัย มงคล และคณะ, 2546) ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติอย่างมากครับ

เป็นข้อมุลดีๆ มาฝากกันนะครับ หวังว่าเพื่อนคงได้ความรู้กันไปนะ ยังไงก็ดูแลรักษาเนื้อ รักษาตัวกันให้ดีๆนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้โลกที่เราอยู่มันน่ากลัวมากครับ มีสิ่งอันตรายๆต่างๆที่จะมาทำร้ายเราเยอะครับ พรุ่งนี้มาเจอกันใหม่นะครับ ช่วงนี้ผมจะสลับปรับเปลี่ยนแนวการเขียนบ้างละกัน สำหรับเพ่อนๆ ที่ติดตามกันมาตั้งแต่ต้น อย่างงนะครับ ที่ผมไม่ได้เขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ผมอยากให้เพื่อนๆได้อรรถรสด้านอื่นกันบ้างนะครับ จะได้ไม่เบื่อกัน สำหรับวันนี้ต้องขอตัวไปก่อนแล้วครับ โชคดีมีเงินใช้ทุกคนครับ -_- สวัสดีครับ

ป.ล มาเที่ยวลำปางกันบ้างเด้อ.......ลำปางน่าอยู่... เมืองไก่ขาเดียว....รถม้าแปลกเตียว....ไปเตียวกาดกองต้ามาเจ๊า....................

วันพุธ

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน อย่าพึ่งตกใจนะครับว่าทำไมวันนี้ผมถึงไม่เขียน เรื่องท่องเที่ยวแต่เอาเรื่องของชาวบ้านมาเสนอ เอาเป็นว่่่าผมอยากให้เพื่อนๆที่เข้ามาเยี่ยมบล็อกผมได้รับข้อมูลแปลกๆ ใหม่ๆ บ้างนะครับ จาได้ไม่เบื่อกันนะ

เริ่มต้นวันดีๆ ด้วยเรื่องดีๆ กับหนุ่มอารมณ์ดีรุ่นใหญ่ "เปิ้ล" นาคร ศิลาชัย ที่จะจูงมือแฟนสาว "จูน" กษมา มยุมาศ ที่คบหาดูใจกันมานาน 7 ปี เข้าพิธีหมั้นในวันดังกล่าว เวลา 08.19 น. พร้อมกับมีฤกษ์สวมแหวนตอน 09.09 น. ที่โรงละครโจหลุยส์ (สวนลุมไนท์บาซาร์) ซึ่งเมื่อถามถึงงานฉลองมงคลสมรส เปิ้ลก็กล่าวติดตลก ว่ารอให้มีลูกอายุ 2 ขวบก่อน ค่อยว่ากัน และหลังหมั้นเสร็จแล้ว จะจดทะเบียนทันที ทีนี้ก็เตรียมปั๊มลูกเลย แหม...ใจร้อนจริงๆ พ่อคู้ณ...ณอีกคู่ที่ดูใจกันมานาน และประกาศก่อนใคร ว่าจะแต่งงานกันในวันนี้ คือคู่ของ "แซน" พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ และ "เก๋" สิริกันย์ ปิยไกรวุฒิ หลังจากคบหากันมานานถึง 16 ปี ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แต่ความรักเพิ่งจะสุกงอมบ่มเพาะกันอย่างลงตัว ชัวร์แน่แท้แล้วว่าคนนี้ที่ฉันอยากจะใช้ชีวิตด้วย ในปีที่มีวันดีแบบนี้ มีหรือที่จะพลาด จัดงานแต่งงานกันซะเลยที่ โรงแรมปาร์คนายเลิศ พร้อมแย้มว่า อาจจะตกแต่งสถานที่ให้มีกลิ่นอายเหมือนตอนสมัยเรียน และอาจจะเห็นคู่บ่าวสาว ใส่ชุดนักเรียนหลังงานเข้าสู่ช่วงปาร์ตี้ เพราะเป็นช่วงอายุที่ทำให้ทั้งคู่ได้พบรักกัน แหม...มันช่างน่าอิจฉาทางฝั่งคนบันเทิงลูกทุ่งเขาก็ไม่แพ้กัน เพราะในวันเดียวกันนี้ ยังมีดีเจ "เก๋" ผกามาศ วังบุญ จะจัดพิธีมงคลสมรส กับดีเจ "กบ" ธวัชชัย โสระฐี จากคลื่น 95.0 ลูกทุ่งมหานคร ได้สละโสดกันเสียทีที่โรงแรมอิสติน เมืองทองธานี โดยจะมีพิธีแห่ขันหมากกันในเวลา 08.09 น. และ 09.09 น. มีพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ และในเวลา 18.00 น. ก็เป็นช่วงเวลาของงานเลี้ยงฉลองสมรส ทั้งคู่ให้เหตุผลที่เป็นงานวันนี้ เพราะคบกันมาเป็นเวลา 9 ปี 9 วัน เลยคิดว่าแต่งงานกันวันนี้ดีกว่า แหม...อะไรจะประจวบเหมาะพอดิบพอดีขนาดน้านด้านนักร้องสาวชื่อดัง "ทาทา" อมิตา มารียัง ก็ได้ถือเอาวันนี้ เป็นวันเปิดอัลบั้มใหม่

ของเธอ กับ เรดี้ ฟอร์ เลิฟ ที่ครั้งนี้ยิ่งใหญ่ถึงขั้นปิดสนามบินดอนเมือง ให้สื่อมวลชนได้เข้าทำข่าวกันเลยทีเดียวและที่ประจวบเหมาะไม่แพ้กัน คือวันเกิดของนักแสดงสาวอย่าง "ติ๊ก" กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ ที่เกิดวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2519 เลยทำให้เลข 9 เป็นเลขโปรดของเธอ มาปีนี้เลยได้ถือโอกาสฉลองวันคล้ายวันเกิดของตนเอง ด้วยการไปทำบุญเลี้ยงพระเพลที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) แทนการไปเลี้ยงฉลองเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา

อีกหนึ่งคนที่เกิดวันที่ 9 กันยายน และปีนี้ถือว่าสำคัญไม่แพ้ใคร ด้วยว่า นอกจากจะมาประจวบกับวันดี ฤกษ์ดี ก็ยังเป็นช่วงอายุที่เข้าเลข 60 ปีพอดิบพอดี ของผู้จัดการแห่งคลื่นลูกทุ่งเอฟเอ็ม 94.5 อย่าง วิทยา ศุภพรโอภาส จึงได้จัดงานแซยิดที่บ้านพัก ซอยตากสิน 21 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.

นอกเหนือไปจากนี้ ก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับฤกษ์ดีๆ เช่น นางเอกสาว "นุ่น" วรนุช วงษ์สวรรค์ ก็จะถือโอกาสเปิดตัวคอนโดมิเนียม "เดอะ พีซ" แถวลาดพร้าว ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอและพี่สาว ในวันดังกล่าวนี้ด้วย

รวมไปถึงพิธีกรผู้รวยอารมณ์ขัน "กิ๊ก" เกียรติ กิจเจริญ ก็ลงขันร่วมกับคุณแม่สุชาดา เปิดร้านอาหาร "บ้านกลมกิ๊ก" ที่ร่วมฤดี ซอย 1 อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ก็เปิดชิมลางให้คนได้เข้าไปชิมกันมาบ้างแล้ว เขาว่าจัดร้านน่ารัก แถมอาหารยังอร่อยอีกแน่ะ เอื๊อก...ก

แม้แต่หนังสยองขวัญเรื่อง 5 แพร่ง ของค่ายจีทีเอช ก็ถือเอาวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 เป็นวันเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ เพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นฤกษ์ดี วันดี เนื่องจากคนไทยชอบเลข 9 งานนี้แว่วว่าผู้บริหารของค่ายถึงขั้นดอดเอาฤกษ์ไปให้พระช่วยดูกันเลย พร้อมกับเชื่อว่าหนังน่าจะทำรายได้ ทะลุ 100 ล้านบาท แน่นอน เอ้า...ก็เอาใจช่วยให้หนังไทยกำไรเยอะๆ

ยังไงก็ขอให้ทุกท่าน เฮง เฮง เฮง กันถ้วนหน้านะครับ พรุงนี้เจอกันใหม่ครับ

ป.ล แวะมาเที่ยวลำปางกันบ้างนะครับ ลำปางเมืองเซรามิก ชามกาไก่ ลำปางหนาวมาก-_-

วันจันทร์

สวัสดีคับ เพื่อนๆทุกคน ต้องขอโทษเพื่อนๆก่อนนะครับ ที่เมื่อวานไม่ได้เข้ามาเขียนบทความ พอดีช่วงนี้ยุ่งๆหน่อยน่ะครับ ขอโทษคุณ เอ๋เชียงรายด้วยนะครับ เมลมาถามผมว่า"ทำไมไม่มาเขียนบล็อกล่ะ รออ่านตั้งนานแล้ว " ผมเมลไปบอกแล้วนะครับ เอาเป็นว่าช่วงนี้ยุ่งกับการแต่งบล็อกไปหน่อยครับเลยไม่มีเวลาเลย การเขียนมันต้องใช้จินตนาการเยอะครับ ถ้าหัวมันไม่แล่นผมก็ไม่อยากมาเขียนครับ เข้าเรื่องกันเลยครับ ชดเชยที่ไม่ได้มาเขียนนาน (2วันเอง-_-) วันนี้ผมจะพาไปดูสัญลักษณ์ของลำปางที่ดังมากครับ นักท่องเที่ยวที่มาลำปางถ้าไม่ได้มานั่งรถม้าลำปาง เค้าถือว่ามาไม่ถึงลำปางนะครับ (ถึงแม้จะซื้อชามกาไก่ไปอวดก็ไม่ถือว่ามาลำปางแบบเต็มรูปแบบนะ) ไปดูประวัติความเป็นมา และรูปสวยๆกันเลยคร้าบ

ความเป็นมาจ้า

นับเวลาย้อนหลังไปในช่วง 85 ปีที่แล้วหรือปี 2458 สมัยของเจ้าบุญวาทย์มานิตตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ในคราวนั้นการคมนาคมขนส่งทางรพยนต์ยังพัฒนาไม่ถึงนครลำปาง พาหนะชนิดเดียวที่สามารถใช้บรรทุกของหรือ สินค้าที่มีความเร็วในการเดินทางสูงสุด คือ รถม้า รถม้าคันแรกได้ถูกซื้อมาจากกรุงเทพฯ เนื่องจากสมัยก่อนรถม้าจะนิยมใช้อยู่ในกรุงเทพฯ ในหมู่ของเจ้าขุนมูลนาย และใช้เป็นรถประจำตำแหน่งของข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนัก ในปี 2458 รถยนต์จากยุโรปได้
เข้ามามีอิทธิพลในกรุงเทพฯ บรรดาเจ้าขุนมูลนายต่างก็เปลี่ยนจากรถม้าหันมานิยมใช้รถยนต์กันมาก ประกอบกับขณะนั้นทางกรุงเทพฯ มีรถยนต์ใช้มากขึ้น บทบาทของรถม้ารถลากต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ จึงลดน้อยลง รถม้าที่เคยใช้นี้เอง ได้เริ่มอพยพเข้ามายังนครลำปาง และยังได้กระจายไปสู่เมืองหลังของภาคต่าง ๆ ได้แก่ นครราชสีมาของภาคอีสาน นครศรีธรรมราชของภาคใต้ นครเชียงใหม่ เมืองเชียงราย เมืองแพร่ เมืองน่าน เมืองแม่ฮ่องสอนของภาคเหนือ แต่ด้วยเหตุใดไม่ปรากฏผู้ประกอบการรถม้าในเมืองดังกล่าวจึงเลิกกิจการไป คงเหลือแต่เฉพาะที่จังหวัดลำปางแห่งเดียวที่ยังคงใช้รถม้าอยู่ตราบจนกระทั่ง ทุกวันนี้
กิจการรถม้าได้ดำเนินต่อเนื่องเรื่อยมาตั้งแต่ต้นเป็นระยะเวลาได้ 34 ปี จึงได้มีผู้ก่อตั้งสมาคมล้อเลื่อนจังหวัดลำปางขึ้นในปี พ.ศ. 2492 โดยขุนอุทานคดี ท่านเป็นผู้ริเริ่มและยังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมคนแรกที่ได้ร่างกฎระเบียบว่าด้วยสมาคมขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 เจ้
าบุญส่ง ณ ลำปาง เข้ามาบริหารงานและได้เปลี่ยนชื่อสมาคมเป็นสมาคมรถม้าจังหวัดลำปาง (THE HORSE CARRIAGE IN LAMPAMG PROVINCE) และได้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมคนที่สอง รถม้าลำปางได้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี พ.ศ. 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มอบเงินให้แก่เจ้าบุญส่ง ณ ลำปาง และได้ขอรับรถม้าเข้าไว้ในความอุปถัมภ์ให้รัฐบาทช่วยเหลือสมาคมรถม้าและตั้งกองทุนให้สมาคมรถม้าอีก 1 กองทุน
ปัจจุบันรถม้าในจังหวัดลำปางมีประมาณ 70 คัน และวิ่งพานักท่องเที่ยวชมเมืองได้มีจำนวน 50 คัน ซึ่งจะคอยให้บริการสลับสับเปลี่ยนพานักท่องเที่ยวชมเมืองทั้งกลางวันและกลางคืน
การพัฒนาความเจริญทางด้านเทคโนโลยีตะวันตก ส่งผลให้นครลำปางพบกับความเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านตามลำดับในฐานะของมณฑลพายัพ อันประกอบด้วยนครต่าง ๆ ของภาคเหนือตอนบนความเจริญที่เห็นเด่นชันคือ การเข้ามาของรถไฟสายเหนือที่มีจุดหมายปลายทางของการเดินทางสิ้นสุดที่สถานีรถไฟแห่งนี้เปิดรับขบวนรถโดยสารครั้งแรก เมื่อเถลิงศก วันที่ 1
เมษายน พ.ศ. 2459 หรือวันปีใหม่ไทย ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 ใจครั้งนั้นมีรถม้าที่เรียกกันว่ารถม้าแท็กซี่คอยรับผู้โดยสารจากสถานีรถไฟเข้าสู่ตัวเมืองนครลำปาง
เมื่อขบวนรถไฟมาถึงสถานีรถไฟนครลำปาง ณ ตำบลสบตํย อำเภอเมือง อันเป็นจุดเชื่อมต่อกับถนนสามสายแรกในภาคเหนือของประเทศไทย และได้มีการเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่นาบริเวณชานเมืองมาเป็นพื้นที่เมืองอย่าง รวดเร็ว เพื่อรองรับความเจริญที่เพิ่มทวีมากขึ้น เมื่อเส้นทางรถไฟพัฒนาด้วยการขุดเจาะอุโมงค์ขุนตาลผ่านภูเข้าและไปถึงนคร เชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2464 นครลำปางเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้า จากกรุงเทพฯ ไปยังภาคเหนือ และลำเลียงสินค้าที่จำเป็นจากภาคเหนือมายังกรุงเทพฯ ส่งผลให้ย่านการค้าสบตํยแห่งนี้มีการพัฒนาความเจริญอย่างมากอาคารโบราณเหล่า นี้ยังคงเหลือเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรม ที่คงรายละเอียดของความสวยงามไว้อย่างครบถ้วนสม
บูรณ์ ในการชมเมืองนั้น นักท่องเที่ยวสามารถใช้บบริการรถม้าแท็กซี่ที่มีสารถีสวมชุดคาวบอยร่วมสมัย แบบคลาสสิคเดอร์บลุกซ์ยุคหนังเงียบฮอลลี่วู้ดอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลำปาง โดยแท้ และที่พิเศษคือการได้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมวันรำลึกประวัติศาสตร์รถม้า รถไฟนครลำปาง พร้อมกับเฉลิมฉลองศตวรรษใหม่ปี ค.ศ. 2000 ในวันเถลิงที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2543 สืบต่อไป
เป็นยังไงกันบ้างครับ หวังว่าเพื่อนคงได้ความรู้กันนะครับ เผื่อใครถามไปนั่งรถม้ามา รู้ป่าวทำไมลำปางถึงมีรถม้า ถ้าใครถามจาได้ตอบเค้าได้น้า คร้้าบ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้มาตามกันต่อว่าผมจาไปซอดแซกที่ไหน ติดตามกันได้นะครับ ที่นี่ ลำปาง เมืองเซรามิก ชามไก่ขาเดียว ลำปางหนนาวมาก-_- โชคดีมีตังใช้ทุกคนคร้าบ

วันเสาร์

สวัสดี เพื่อนๆพี่ๆ น้องๆ ทุกคนครับ เป็นยังไงกันบ้างครับ วันนี้วันเสาร์กันแล้ว วันเวลามันช่างไวจริงๆ ว่ามั้ยครับ
เอาล่ะครับ ไปเที่ยวกันดีกว่าครับ วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวชมนกดูน้ำกันที่......."เขื่อนกิ่วลม จังหวัดลำปางเมืองเซรามิก" อีกเช่นเคยครับ ไปดูรายละเอียดกันเยย ดีกว่า

เขื่อนกิ่วลม

เขื่อน กิ่วลม อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางไป 38 กิโลเมตรนะครับ ไปตามเส้นทางสายลำปาง-งาว โดยเลี้ยวซ้ายตรงหลักกิโลเมตรที่ 623-624 เข้าไปอีก 14 กิโลเมตรครับ เขื่อนกิ่วลมอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท แต่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน บริเวณเหนือเขื่อนจะเป็นอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การล่องเรือหรือแพ เพราะมีทัศนียภาพสวยงามมากๆครับ การล่องแพใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันครับ มีสถานที่น่าสนใจ เช่น แหลมชาวเขื่อน ผาเกี๋ยง ผางาม ทะเลสาบสบพุ หมู่บ้านชาวประมงบ้านสา
ในอดีตเขื่อนกิ่วลมขณะก่อสร้างเคยถูกใช้เป็นฉากของเรื่องสั้นชุดชาวเขื่อนโดย มนันยา มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับชีวิตของข้าราชการกรมชลประทานและเหล่าคนงานก่อสร้าง เธอได้รับแรงบันดาลใจในการแต่งจากการติดตามสามีของเธอที่เป็นหนึ่งในข้าราชการควบคุมการก่อสร้างครับ เรื่องสั้นถูกตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสาร สตรีสาร และต่อมาได้มีการรวมเล่มเป็นหนังสือ 3 เล่ม ในชื่อ ชาวเขื่อน เอ แมน คอลด์ เป๋ง
และ ลาก่อนกิ่วลม ครับ

สำหรับเพื่อนๆที่ ต้องการล่องแพชมบรรยากาศสามารถติดต่อได้ตามเบอร์โทรนะครับ
1. ล่องแพไปพักที่แพชาวเขื่อน-กิ่วลมรีสอร์ท ซึ่งมีที่พักเป็นบังกะโลตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ โทร. 0 5433 4393, 0 5422 3772 ต่อ 120
2. ล่องแพและค้างคืนบนแพวังแก้ว ซึ่งเป็นแพติดเครื่องยนต์ หรือค้างคืนที่วังแก้วรีสอร์ท ติดต่อได้ที่ โทร. 0 5422 3733
อ่อ อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ คิดเลขไปด้วยนะครับ สำหรับใครๆที่ชอบลุ้นกัน ผมไม่ได้ส่งเสริมอะไรนะครับ อย่าเข้าใจผิด 55555555555555 เพราะผมเห็นส่วนมากใครที่ไปล่องแพส่วนมากไม่ตั้งวง ก็ ตั้งวง ครับ มี2 วงครับ คิดเอาเอง -_- ยังไงก็หาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนกันบ้างนะครับ สำหรับวันนี้ไปก่อนละกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ติดตามกันต่อว่าผมจา พาไปเที่ยวที่ไหนกันต่อ โชคดีมีเงินใช้ทุกคนครับ

วันพฤหัสบดี

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน วันนี้เป็นยังไงกันบ้างครับเหนื่อยกันรึเปล่า วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวภูเขากินลมชมวิวให้หายเหนื่อยกันครับ เมื่อวานเราไปเที่ยวที่วัดพระธาตุลำปางหลวงกันแล้ว วันนี้ออกแรงขึ้นดอยกันหน่อยนะครับ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์กันครับ มาดูรายละเอียดของอุทยานกันก่อนครับ เป็นเทือกเขากั้นเขตแดนระหว่างจังหวัดลำพูนที่อำเภอแม่ทาและจังหวัดลำปางที่อำเภอห้างฉัตรประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2518 มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 159,556 ไร่ มีอุโมงค์รถไฟยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นระยะทาง 1,352 เมตร รถไฟใช้เวลาวิ่งผ่านประมาณ 5 นาที อุทยานแห่งนี้อยู่กึ่งกลางเส้นทางคมนาคมทางรถไฟ ระหว่างลำปาง-ลำพูน ดอยขุนตาลประกอบด้วย ป่าไม้หลายลักษณะ เช่น ป่าดงดิบ ป่าสน เป็นต้น มี 4 ยอดเขา จากเชิงดอยถึงยอดสูงสุดประมาณ 7 กม.
การเดินทางขึ้นไปบนดอยขุนตาล ไปได้ 2 ทางคือ ทางรถไฟ ลงที่สถานีขุนตาลแล้วเดินเท้าไปที่ทำการ อีกประมาณ 900 เมตร เป็นทางที่สะดวกที่สุด หรืออีกเส้นทางหนึ่งคือทางรถยนต์โดยเลี้ยวขวาตรง หลักกม.ที่ 47 (เส้นทางสายลำปาง-ลำพูน) เข้าไปตามทางลูกรังอีก 18 กม. ซึ่งสภาพถนนไม่ดีนัก บางช่วงก็ชันมากจึงควรใช้รถสภาพดี

สถานที่ท่องเที่ยวและที่พักบริเวณดอยขุนตาล

ย 1 ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการวนอุทยานฯ ราว 1,100 เมตร เมื่อเดินทางขึ้นไปถึง ย. 1 จะพบพลับพลาที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับ 1 หลัง และที่พักของการรถไฟฯ 3 หลัง ติดต่อจองที่พักได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 225-6964

ย 2 ตั้งอยู่ห่างจาก ย. 1 ไปราว 800 เมตร เมื่อไปถึงจะเห็นสวนลิ้นจี่และต้นไม้เมืองหนาว เช่น ลูกแพร์ ลูกพลับและทุ่งสน แต่สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวก็คือ บ้านพักของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แต่ไม่เปิดรับรองแก่นักท่องเที่ยวทั่วไป บริเวณ ย. 2 จะมีที่ทำการของอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล และมีเรือนพักรับรอง 6 หลัง ผู้สนใจติดต่อจองบ้านพักได้ที่ โทร. 579-0529 และ 579-4842

ย 3 อยู่ถัดจาก ย. 2 ขึ้นไปประมาณ 3,600 เมตร เป็นที่ตั้งของบ้านพักมิชชั่นนารี ลักษณะที่พักเป็น บ้านไม้หลังใหญ่ จำนวน 8 หลัง พร้อมด้วยอุปกรณ์ทำครัว เนื่องจากไม่มีร้านอาหารบริการ ต้องนำอาหาร ขึ้นไปเอง ติดต่อจองบ้านพักได้ที่ คณะกรรมการขุนตาล วิทยาลัยภาคพายัพ ตู้ ปณ. 161 เชียงใหม่ 50000 โทร. (053) 241255

ย 4 อยู่ถัดจาก ย. 3 ขึ้นไปอีกราว 1,500 เมตร เป็นยอดสูงที่สุดของดอยแห่งนี้ แม้ระยะจะไม่ไกลกันนักแต่เป็นช่วงที่ชันมาก เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางถึงบนยอด ย. 4 แล้ว สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้เป็นมุมกว้าง ส่วนมากมักนิยมไปเฝ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ซึ่งมีความสวยงามน่าประทับใจ

ที่เที่ยวอื่นๆในอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลครับ

1.น้ำตกตาดเหมย

น้ำตกนี้อยู่แยกจากเส้นทางด้านซ้ายมือ ระหว่างทางจาก ย. ที่ 2 ไป ย. ที่ 3 โดยต้องเดินทางลงไปในหุบเขาแม่ยวนหวาย ประมาณ 300 เมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกอีกหลายแห่ง คือ น้ำตกผาตูบ น้ำตกห้วยแม่ไพร ครับ



2.
อุโมงขุนตาล

เป็นอุโมงค์ทางรถไฟลอดผ่านที่ยาวที่สุดในประเทศไทยครับ ยาว 1,352 ฟุตและก็มี สวนไม้ดอกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ศาลเจ้าพ่อขุนตาล และอนุสาวรีย์ ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์แก่ชาวเยอรมันผู้ดำเนินการควบคุมการก่อสร้าง

3. น้ำตกแม่ลอง

น้ำตกนี้อยู่ทางสถานีขุนตาลทางทิศใต้ ห่างไปประมาณ 10 กิโลเมตร โดยลงรถไฟที่สถานีแม่ตาลน้อย แล้วเดินทางไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีน้ำตกตลอดปีสภาพเย็นตลอดทั้งปี

เป็นยังไงกันบ้างครับ อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล จังหวัดลำปางเมืองเซรามิก หายเหนื่อยกันมั้ยครับเพื่อนๆ
ว่างๆก็แวะมาเที่ยวกันบ้างนะครับ ดอยขุนตาลก็อยู่ทางไปเชียงใหม่ครับ เลยศูนย์ฝึกลูกช้างที่ผมเคยเล่าให้ฟัง ยังไงหาอ่านเป็นข้อมูลก่อนเดินทางได้นะครับ จาได้ไม่ตกหล่น เก็บหลายละเอียดระหว่างทางให้ครบครับ
วันนี้ผมคงต้องไปหาข้อมูล ต่อละครับ พรุ่งนี้ติดตามต่อได้นะครับ โชคดีมีเงินใช้ทุกคนครับ



;;